เรื่องที่ 71สรุปโรงเรียนขั้นพื้นฐานเปิดเทอม16พ.ค.เหมือนเดิม

สรุปแล้วโรงเรียนระดับพื้นฐานไม่เลื่อนเปิดภาคเรียน เผยผลสำรวจระบุเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.มีข้อดีมากกว่าการเลื่อนไปเปิดวันที่ 10 มิ.ย.

 วันนี้(9ต.ค.)นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการเปิด-ปิดภาคเรียนของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอชีวศึกษา(สอศ.) โดยมีการนำข้อดีและข้อเสียของการเลื่อนเปิดเทอมจากวันที่ 16 พ.ค.เป็น วันที่ 10 มิ.ย. และการเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.เหมือนเดิม รวมถึงนำผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการศึกษา อาทิ นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน  15696 คน ที่พบว่า 54.54 % เห็นด้วยกับการเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค. และ 18.02 % เห็นด้วยกับการเลื่อนเปิดเทอมเป็นวันที่ 10 มิ.ย. มาพิจารณา ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่า  การเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.จะมีข้อดีมากกว่าการเลื่อนไปเปิดเทอมวันที่ 10 มิ.ย. เพราะเมื่อคำนึงถึงการเรียนการสอนของนักเรียนส่วนใหญ่ตั้งแต่ชั้นป.1-ม.5 จะพบว่า มีความสอดคล้องในแง่ของภูมิอากาศ และประเพณีไทย ซึ่งหากต้องเลื่อนเปิดเทอมจะทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นจึงกำหนดให้เปิดเทอมในวันที่ 16 พ.ค.ตามเดิม

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การให้เปิดภาคเรียนเหมือนเดิมทำให้ไม่ต้องแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และไม่กระทบต่อการขอรับเงินอุดหนุนรายหัว เพราะใช้ฐานข้อมูลนักเรียนวันที่ 10 มิ.ย. ขณะเดียวกันทางสอศ. ยังเห็นว่า เด็กอาชีวะมีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยน้อย และการเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.จะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่กำลังหาแรงงานมากกว่าด้วย ส่วนเด็ก ม.6 แม้ว่าการเปิดเทอมช่วงเวลาเดิมจะมีผลให้เด็กมีช่วงเวลาว่างค่อนข้างมากประมาณ 4 เดือนครึ่งก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมในช่วงกลางเดือนส.ค.นั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่กลับเป็นโอกาสดี เพราะในบางประเทศจะใช้ช่วงเวลานี้สำหรับเรียนภาษาเพิ่มเติม หรือเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัย แต่สำหรับประเทศไทยก็จะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดระบบการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อได้ ซึ่งตนได้ขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยเลื่อนการสอบรับตรงมาอยู่ในช่วงที่นักเรียนเรียนจบแล้ว เพื่อให้เด็กมีเวลาเตรียมตัว อย่างไรก็ตามในส่วนของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ก็เห็นด้วยว่าการจัดสอบต่างๆของสทศ.ควรจัดสอบหลังนักเรียนจบการศึกษาเช่นกัน โดยสทศ.ยินดีที่จะพิจารณาขยับช่วงเวลาสอบให้สอดคล้องกับช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 ที่จะมีช่วงเวลาที่นักเรียนหยุดเรียนนานขึ้นด้วย

“ความจริงแล้วการเลื่อนเปิดปิดภาคเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของกลุ่มประเทศอาเซียนก็ไม่พร้อมกันอยู่แล้ว โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.เปิดช่วงเดือน ม.ค. 2.ช่วงเดือน มิ.ย. – ก.ค. และ 3. ช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. ซึ่งถือว่ามีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นการที่ประเทศไทยจะเลื่อนเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับกับกลุ่มประเทศอาเซียนจึงไม่ใช่ประเด็น” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า อย่างไรก็ตามการเปิดเทอมในวันที่ 16 พ.ค.เหมือนเดิมนั้น จะมีผลกระทบแค่กับนักศึกษาฝึกสอนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เท่านั้นที่จะไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการฝึกสอน ซึ่งจะต้องหาวิธีแก้ไขปัญหากันต่อไป

ที่มา  http://www.dailynews.co.th/education/239110

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s